
ในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลหรืออาคารที่มีมาตรฐานสูง การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลต่อคุณภาพของวัสดุและงานติดตั้งโดยตรง
Power Construction ผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำในเมืองชิคาโก จึงนำระบบบันทึกข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นแบบ WiFi ของ T&D มาใช้ เพื่อช่วยตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในอาคารแบบอัตโนมัติ พร้อมแชร์ข้อมูลให้ทีมงานและผู้รับเหมาช่วงเข้าถึงได้จากทุกที่
ความท้าทายของโครงการ
ในโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสูง 27 ชั้น ทีมงานต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีการใช้งานระบบทำความร้อนชั่วคราว
วัสดุก่อสร้างหลายประเภทมีข้อกำหนดด้านอุณหภูมิและความชื้นที่เข้มงวด เช่น
-
ประตูอาจบิดงอหากความชื้นสูงเกินไป
-
กาวยึดพรมอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหากอุณหภูมิต่ำเกินไป
-
งานไม้ตกแต่งภายในอาจได้รับความเสียหายจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
ดังนั้น ทีมงานจึงต้องติดตามข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นของแต่ละชั้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของโครงการ
ปัญหาของระบบเดิม
ก่อนหน้านี้ Power Construction ใช้เครื่องบันทึกข้อมูลแบบ USB ติดตั้งในแต่ละชั้นของอาคาร
การทำงานต้องอาศัยการเดินเก็บข้อมูลด้วยตนเอง ดาวน์โหลดข้อมูลจากอุปกรณ์ แล้วนำมารวมใน Spreadsheet เพื่อจัดทำรายงาน
แม้ว่าวิธีนี้จะสามารถเก็บข้อมูลได้ แต่ต้องใช้เวลาและแรงงานจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่สามารถติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์
เปลี่ยนมาใช้ระบบ WiFi Monitoring
เนื่องจากภายในโครงการมีเครือข่าย WiFi สำหรับทีมงานอยู่แล้ว Power Construction จึงเลือกติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลอุณหภูมิและความชื้นรุ่น TR-72wf ของ T&D จำนวน 12 จุดทั่วอาคาร
ระบบถูกตั้งค่าให้ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นทุก 30 นาที และส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย WiFi โดยอัตโนมัติ
จุดเด่นสำคัญคือ แม้สัญญาณ WiFi จะขาดหายชั่วคราวหรือเกิดไฟฟ้าดับ อุปกรณ์ยังคงบันทึกข้อมูลต่อเนื่อง และจะส่งข้อมูลกลับเข้าสู่ระบบทันทีเมื่อการเชื่อมต่อกลับมาเป็นปกติ ทำให้ไม่สูญเสียข้อมูลสำคัญระหว่างการทำงาน
แจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ
ระบบสามารถส่งอีเมลแจ้งเตือนได้ทันทีเมื่อค่าที่วัดได้เกินช่วงที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิหรือความชื้น
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Back to Normal Alarm ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อสภาพแวดล้อมกลับเข้าสู่ค่าปกติ ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถติดตามสถานการณ์ได้จากสมาร์ตโฟน และลดความจำเป็นในการเดินทางไปตรวจสอบหน้างาน
จัดเก็บข้อมูลบน Cloud และแชร์ให้ทุกฝ่ายเข้าถึงได้
ข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องบันทึกข้อมูลจะถูกส่งขึ้น WebStorage Service ของ T&D โดยอัตโนมัติ
ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลย้อนหลังผ่าน Web Browser หรือแอปพลิเคชันบน iOS และ Android ได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต
Power Construction ยังสามารถแชร์ User ID และ Password ให้ผู้รับเหมาช่วงเข้าดูข้อมูลชุดเดียวกันได้ ทำให้ทุกฝ่ายอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร และช่วยให้การตรวจสอบคุณภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
ก่อนหน้านี้บริษัทเคยใช้ระบบที่ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ไม่มีโครงการใช้งาน
การเปลี่ยนมาใช้ระบบ WiFi ของ T&D ช่วยให้สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ลดค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารข้อมูล และยังสามารถนำอุปกรณ์กลับมาใช้งานซ้ำในโครงการถัดไปได้
ผลลัพธ์ที่ได้รับ
หลังจากติดตั้งระบบตรวจสอบสภาพแวดล้อมแบบ WiFi ของ T&D Power Construction สามารถ
✅ ตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นได้แบบอัตโนมัติ
✅ ลดเวลาการเก็บและรวบรวมข้อมูล
✅ รับการแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติได้ทันที
✅ แชร์ข้อมูลให้ผู้รับเหมาช่วงเข้าถึงได้ง่าย
✅ ดูข้อมูลย้อนหลังผ่าน Cloud ได้จากทุกที่
✅ ลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับระบบที่มีค่าบริการรายเดือน
สรุป
กรณีศึกษาของ Power Construction แสดงให้เห็นว่า ระบบตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นแบบ WiFi สามารถช่วยยกระดับการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ การแจ้งเตือนอัตโนมัติ การจัดเก็บข้อมูลบน Cloud และการแชร์ข้อมูลให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้อย่างสะดวก
สำหรับโรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ห้องควบคุมสภาพแวดล้อม หรือโครงการก่อสร้างที่ต้องการติดตามอุณหภูมิ ความชื้น และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ระบบ Data Logger และโซลูชันการจัดการข้อมูลจาก T&D เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพได้อย่างมั่นใจ
ดูรายละเอียดสินค้าและโซลูชันเพิ่มเติมได้ที่:
https://thai.fakiki.com/pages/thai-fakiki-data-management-solutions-t-d