ติดต่อเรา และ ชำระเงิน คลิก!!

ภาษาไทย
  • ภาษาไทย
  • English
  • 日本語
🛒ตะกร้า(0)


ความแตกต่างระหว่าง RPA และ Python ในการทำงานอัตโนมัติในธุรกิจ | พร้อมอธิบายตัวอย่างการใช้งานและข้อดี

โพสต์โดย FIT THAI เมื่อ

พร้อมตัวอย่างการใช้งานและข้อดีของแต่ละเทคโนโลยี

ถ้าลองสังเกตการทำงานในหลายองค์กร จะพบว่าพนักงานจำนวนไม่น้อยต้องใช้เวลาไปกับงานซ้ำ ๆ ทุกวัน เช่นการคัดลอกข้อมูลจาก Excel ไปใส่ในระบบ การกรอกข้อมูลในโปรแกรมต่าง ๆ หรือการทำรายงานที่เป็นรูทีน

งานเหล่านี้ไม่ได้ยาก แต่ใช้เวลา และต้องทำซ้ำแทบทุกวัน
ซ้ำยังมีโอกาสเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ได้ง่ายอีกด้วย

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มมองหาวิธีทำให้งานเหล่านี้ เป็นอัตโนมัติ (Automation) มากขึ้น และเทคโนโลยีที่มักถูกพูดถึงบ่อย ๆ ก็คือ RPA และ Python

หลายคนอาจสงสัยว่า RPA กับ Python ต่างกันอย่างไร?

ความจริงคือ ทั้งสองอย่างสามารถช่วยให้งานในองค์กรเป็นอัตโนมัติได้เหมือนกัน แต่ บทบาทของมันต่างกันค่อนข้างชัดเจน

  • RPA เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานอัตโนมัติ
  • Python เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมที่สามารถใช้พัฒนาระบบอัตโนมัติได้

ลองมาดูทีละส่วนว่าแต่ละเทคโนโลยีทำอะไรได้บ้าง และเหมาะกับงานแบบไหน


RPA คืออะไร

RPA (Robotic Process Automation) คือเทคโนโลยีที่ใช้ซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ (Software Robot) เพื่อทำงานแทนมนุษย์บนคอมพิวเตอร์ โดยเลียนแบบขั้นตอนการทำงานของผู้ใช้จริง

พูดง่าย ๆ คือ ถ้างานหนึ่งต้องทำแบบเดิมซ้ำ ๆ เช่น

  • คลิกเมาส์
  • พิมพ์ข้อมูล
  • เปิดไฟล์
  • คัดลอกข้อมูลจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่ง

RPA สามารถทำขั้นตอนเหล่านี้แทนคนได้

การทำงานของ RPA มีหลายลักษณะ เช่นแบบที่ ทำงานผ่านหน้าจอของโปรแกรมต่าง ๆ (GUI) ได้เหมือนพนักงานจริง แบบที่ทำงานกับองค์ประกอบบนหน้าเว็บไซต์โดยตรง หรือแบบที่ใช้งานกับโปรแกรมอย่าง Excel โดยตรง เป็นต้น

อีกข้อดีหนึ่งคือ RPA สามารถทำงานร่วมกับระบบที่องค์กรใช้อยู่แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น ERP / CRM / Excel / เว็บไซต์ / ระบบภายในองค์กร
โดย ไม่จำเป็นต้องแก้ไขระบบเดิมมากนัก

เพราะเหตุนี้ หลายองค์กรจึงนำ RPA มาใช้เพื่อ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • ลดภาระงานซ้ำ ๆ
  • ลดความผิดพลาดจากมนุษย์

และข้อดีที่มักถูกพูดถึงบ่อยคือ

  • เริ่มใช้งานได้รวดเร็ว
  • ไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรม
  • สามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมขององค์กรได้

ตัวอย่างงานที่เหมาะกับ RPA ในองค์กร

ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรนำ RPA มาใช้กับงานที่มีขั้นตอนซ้ำ ๆ ชัดเจน ตัวอย่างเช่น

งานบัญชี / การเงิน

  • บันทึกข้อมูลใบแจ้งหนี้อัตโนมัติ
  • ตรวจสอบยอดชำระเงินจากหลายระบบ
  • สร้างรายงานทางการเงินประจำวันหรือประจำเดือน

งาน HR

  • บันทึกข้อมูลพนักงานเข้าระบบ
  • คำนวณเงินเดือนและสวัสดิการ
  • ส่งเอกสารหรืออีเมลให้พนักงานโดยอัตโนมัติ

งานฝ่ายขาย

  • ดึงข้อมูลลูกค้าจากเว็บไซต์หรือไฟล์ต่าง ๆ
  • บันทึก Lead ลงในระบบ CRM
  • ส่งอีเมลติดต่อลูกค้าแบบอัตโนมัติ

เมื่อใช้ RPA งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมง อาจเหลือเพียงไม่กี่นาที
ทำให้ทีมงานสามารถนำเวลาไปโฟกัสกับ งานวิเคราะห์ งานวางกลยุทธ์ และงานที่สร้างมูลค่าให้ธุรกิจมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ RPA จึงกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรก้าวสู่ Digital Transformation ได้จริง


Python คืออะไร

ในอีกด้านหนึ่ง หลายคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีหรือพัฒนาระบบอาจคุ้นเคยกับ Python

Python เป็นภาษาการเขียนโปรแกรมแบบทั่วไป (General-purpose Programming Language) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีไวยากรณ์ที่อ่านเข้าใจง่าย คล้ายภาษาอังกฤษ ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ Python ยังมีไลบรารีและเครื่องมือจำนวนมากที่ช่วยให้พัฒนาระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Python สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น

  • การพัฒนาซอฟต์แวร์
  • การสร้างเว็บไซต์
  • การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)
  • การพัฒนา AI และ Machine Learning
  • การสร้างระบบ Automation

ในด้าน Automation เอง Python ก็มีเครื่องมือช่วยหลายตัว เช่น

  • PyAutoGUI สำหรับควบคุมเมาส์และคีย์บอร์ด
  • Selenium สำหรับควบคุมเว็บเบราว์เซอร์
  • Pandas สำหรับจัดการข้อมูล
  • Requests สำหรับเชื่อมต่อกับ API

ตัวอย่างการใช้งานที่พบได้ เช่น

  • ควบคุมโปรแกรม Office
  • ส่งอีเมลอัตโนมัติ
  • ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ (Web Scraping)
  • สร้างระบบแจ้งเตือน
  • พัฒนาเครื่องมือช่วยทำงานในองค์กร

ด้วยความยืดหยุ่นของภาษา ทำให้ Python เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในหลายธุรกิจทั่วโลก

ตัวอย่างงานที่เหมาะกับ Python ในองค์กร

โดยทั่วไป Python มักถูกใช้ในงานที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลและการพัฒนาระบบ มากกว่า

งานบัญชี / การเงิน

  • สร้างรายงานการเงินอัตโนมัติจากข้อมูลจำนวนมาก
  • วิเคราะห์รายรับรายจ่าย
  • รวมข้อมูลจากหลายไฟล์ Excel เพื่อจัดทำรายงาน

งานการตลาด

  • วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและพฤติกรรมการใช้งาน
  • ดึงข้อมูลจากเว็บไซต์หรือ Social Media
  • สร้างรายงานผลลัพธ์ของแคมเปญการตลาด

งานฝ่ายขาย

  • รวมข้อมูลลูกค้า (Lead) จากหลายแหล่ง
  • วิเคราะห์ยอดขายเพื่อดูแนวโน้มของตลาด
  • สร้าง Dashboard สำหรับแสดงข้อมูลยอดขาย

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเครื่องมือด้วย Python ต้องอาศัยทักษะการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาระบบ เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงในองค์กร ไม่ใช่ว่าพนักงานก็จะสามารถเรียนรู้การใช้งานได้


 

ความแตกต่างระหว่าง RPA และ Python

แม้ว่า RPA และ Python จะถูกใช้ในงาน Automation เหมือนกัน แต่แนวคิดและวิธีการใช้งานแตกต่างกันพอสมควร

เปรียบเทียบ

RPA

Python

ประเภท

เครื่องมือ Automation (Low-code / No-code)

ภาษาการเขียนโปรแกรม

การเริ่มใช้งาน

เริ่มได้รวดเร็ว

ต้องพัฒนาโปรแกรม

ทักษะที่ต้องใช้

ไม่ต้องเขียนโค้ด

ต้องมีทักษะโปรแกรม

การดูแลระบบ

ดูแลง่าย

ต้องมีผู้พัฒนาระบบ

เหมาะกับ

งานธุรกิจทั่วไป

งานพัฒนาระบบเฉพาะทาง

โดยทั่วไป Python จะเหมาะกับการพัฒนาระบบใหม่ หรือระบบเฉพาะทาง

ในขณะที่องค์กรจำนวนมากที่ต้องการ ทำงานอัตโนมัติบนระบบเดิมที่ใช้อยู่ และต้องการเริ่มใช้งานได้รวดเร็ว มักเลือกใช้ RPA มากกว่า


หากต้องการเริ่มต้นใช้ RPA ในองค์กร

แม้ว่า Python จะสามารถใช้พัฒนาระบบ Automation ได้ แต่สำหรับหลายองค์กร การพัฒนาระบบเองมจะต้องใช้

  • นักพัฒนาโปรแกรม
  • เวลาพัฒนา
  • การดูแลระบบระยะยาว

ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรจึงเลือกใช้ RPA Software สำเร็จรูป ที่สามารถเริ่มใช้งานได้เร็วกว่า

หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการใช้งานในธุรกิจคือ Michiru RPA

Michiru RPA สามารถสร้าง Workflow Automation ได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมจำนวนมาก และถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถ

  • ลดเวลาการทำงานซ้ำๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  • ลดความผิดพลาดจากมนุษย์
  • เริ่มใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบเดิมขององค์กร

หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน RPA สำหรับธุรกิจ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
👉 https://thai.fakiki.com/pages/michiru_rpa

สามารถนัด นำเสนอออนไลน์หรือเข้าพบได้ฟรี
สามารถแจ้งวันและเวลาที่ท่านสะดวกเพื่อให้พนักงานติดต่อกลับไป
รองรับภาษาไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น

👉ลงทะเบียนนัดหมาย https://forms.gle/Hh7QeVD9svPNkaUK8 

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น


LINE