
วัดโอบาคุซัง มันปุกุจิ ตั้งอยู่ในเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ภายในหอสมบัติบุงคะเด็นมีการจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ รวมถึงผลงานศิลปะและงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าจำนวนมาก
เพื่อรักษาสภาพและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับวัตถุจัดแสดง ทางวัดจึงต้องการระบบสำหรับตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิ ความชื้น รังสียูวี และความส่องสว่างอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังต้องสามารถตรวจสอบ จัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนกลางภายในสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่แยกจากบริเวณติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล
ปัญหาและความต้องการในการดูแลสมบัติทางวัฒนธรรม
อุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง และรังสียูวี เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อสภาพของผลงานศิลปะ งานหัตถกรรม และวัตถุโบราณ
หากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงมากเกินไป อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ สีซีดจาง หรือเกิดความเสียหายในระยะยาวได้
ทางวัดจึงต้องการระบบที่สามารถตรวจวัดข้อมูลจากหลายพื้นที่ภายในอาคาร รวมถึงภายในตู้จัดแสดง และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลได้สะดวก
อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบตรวจวัด
ระบบนี้เลือกใช้อุปกรณ์ในตระกูล RTR-500 Series ซึ่งปัจจุบันยุติการผลิตแล้ว และได้รับการพัฒนาเป็นรุ่นใหม่ในตระกูล RTR500B Series
อุปกรณ์หลักที่ใช้ประกอบด้วย
- RTR-503 สำหรับตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิและความชื้น
- RTR-574-H สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น รังสียูวี และความส่องสว่างภายในตู้จัดแสดง
- RTR-500NW เครื่องรับส่งข้อมูลหลักสำหรับเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย LAN
รูปแบบการติดตั้งและการทำงานของระบบ
บริเวณชั้นหนึ่งและชั้นสองของอาคาร มีการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล RTR-503 ในตำแหน่งที่ไม่รบกวนสายตาของผู้เข้าชม เพื่อใช้ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นของสภาพแวดล้อมภายในอาคาร
เนื่องจาก RTR-503 ทำงานด้วยแบตเตอรี่ จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งใกล้ปลั๊กไฟ ทำให้สามารถเลือกตำแหน่งติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่น
สำหรับอุปกรณ์ที่ติดตั้งบริเวณชั้นสอง มีการใช้อุปกรณ์ยึดติดผนังเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถถอดเครื่องออกมาเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเซนเซอร์ได้สะดวก
ภายในตู้จัดแสดง มีการติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล RTR-574-H เพื่อวัดและบันทึกอุณหภูมิ ความชื้น รังสียูวี และความส่องสว่างพร้อมกัน
การตรวจวัดหลายปัจจัยช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสภาพแวดล้อมภายในตู้จัดแสดงได้อย่างละเอียด และลดความเสี่ยงที่แสง ความชื้น หรืออุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อสมบัติทางวัฒนธรรม
ส่วนเครื่องรับส่งข้อมูลหลัก RTR-500NW ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางการใช้งาน และเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย LAN แบบใช้สายที่มีอยู่แล้ว
เครื่องบันทึกข้อมูลตามจุดต่าง ๆ จะทำหน้าที่ตรวจวัดและบันทึกข้อมูลตามช่วงเวลาที่กำหนด ก่อนส่งข้อมูลไปยัง RTR-500NW เป็นระยะ
จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งผ่านเครือข่าย LAN ไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนกลางภายในสำนักงาน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ดูข้อมูลย้อนหลัง และวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินไปเก็บข้อมูลจากแต่ละจุดด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานเครื่องบันทึกข้อมูลที่รองรับเครือข่ายในอาคารอีกหลังหนึ่ง ทำให้ข้อมูลจากหลายพื้นที่สามารถถูกรวบรวมและจัดการผ่านคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว
เหตุผลที่เลือกใช้ RTR-574-H ภายในตู้จัดแสดง
ทางวัดเลือกใช้ RTR-574-H เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการดูแลสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า
รุ่น H รองรับการตรวจวัดอุณหภูมิในช่วงกว้าง และสามารถตรวจวัดความชื้นได้อย่างแม่นยำ โดยมีช่วงการตรวจวัดดังนี้
- อุณหภูมิ -30 ถึง 80 องศาเซลเซียส
- ความชื้น 0 ถึง 99%RH
- ความละเอียดในการแสดงค่าความชื้น 0.1%RH
คุณสมบัติดังกล่าวช่วยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายในตู้จัดแสดงได้อย่างต่อเนื่องและละเอียดมากขึ้น
ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ
การใช้เครื่องบันทึกข้อมูล RTR-503 ที่ทำงานด้วยแบตเตอรี่ ช่วยให้ทางวัดสามารถติดตั้งอุปกรณ์ในตำแหน่งที่ไม่รบกวนทัศนียภาพภายในอาคาร และไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟเพิ่มเติม
เครื่องบันทึกที่ติดตั้งตามจุดต่าง ๆ ช่วยให้สามารถตรวจสอบอุณหภูมิและความชื้นภายในอาคารได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ RTR-574-H ช่วยเพิ่มความละเอียดในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในตู้จัดแสดง
ระบบยังสามารถใช้งานร่วมกับเครือข่าย LAN เดิมของอาคารได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่
ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปยังสำนักงานส่วนกลาง ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการข้อมูลจากหลายจุดและหลายอาคารผ่านคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ลดเวลาในการเดินตรวจสอบ และช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้สะดวกมากขึ้น
สรุป
การใช้ระบบบันทึกข้อมูล RTR-500 Series ช่วยให้วัดมันปุกุจิสามารถตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น รังสียูวี และความส่องสว่างภายในหอสมบัติได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากเครื่องบันทึกที่ติดตั้งตามพื้นที่ต่าง ๆ และภายในตู้จัดแสดงสามารถรวบรวมผ่านเครือข่าย LAN และส่งไปยังคอมพิวเตอร์ส่วนกลางสำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์
ระบบนี้ช่วยลดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสภาพแวดล้อม และช่วยปกป้องสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมในระยะยาว
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม https://thai.fakiki.com/pages/t-d-data-logger-temperature-monitoring
อ้างอิง https://tandd.com/usage/temple.html