Contact us & Payment Click!!!

English
  • ภาษาไทย
  • English
  • 日本語
🛒Cart0
Buy and Sell Used Machinery Parts from Japan

คู่มือการพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใส

Posted by FIT THAI on

คู่มือการพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใส

วัสดุโปร่งใส เช่น แก้วหรืออะคริลิก มีการใช้งานที่หลากหลายในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค งานอุตสาหกรรม การดูแลสุขภาพ และอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม การสร้างต้นแบบหรือการผลิตชิ้นส่วนโปร่งใสในปริมาณน้อยด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า สามารถพิมพ์ชิ้นส่วนโปร่งใสด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ หากใช้เทคโนโลยีและวัสดุที่เหมาะสม

การพิมพ์ 3 มิติระบบ Stereolithography (SLA) สามารถสร้างชิ้นงานโปร่งใสได้ และเมื่อผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ (Post-Processing) บางขั้นตอน ก็สามารถทำให้ชิ้นงานมีความใสในระดับที่มองทะลุได้ (Optically Clear) เครื่องพิมพ์เรซิน 3 มิติรุ่นล่าสุดของ Formlabs ได้แก่ Form 4 ซึ่งมีขนาดกะทัดรัดและพิมพ์ได้รวดเร็วเป็นพิเศษ และ Form 4L ซึ่งเป็นรุ่นขนาดใหญ่ ได้ยกระดับความใสของชิ้นงานไปอีกขั้นด้วยการใช้ ถังเรซินแบบยืดหยุ่น (Flexible Resin Tank) ที่ช่วยลดแรงลอก (Peel Forces) ส่งผลให้ได้ชิ้นงานที่ใสยิ่งขึ้นและมีพื้นผิวเรียบเนียน

มีวัสดุหลายประเภทที่สามารถใช้ผลิตชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบกึ่งโปร่งใส (Translucent) และแบบโปร่งใส (Transparent) ได้แก่

  1. Clear Resin เป็นเรซินสำหรับการพิมพ์ 3 มิติที่มีความใสเป็นพิเศษและไม่มีสี ให้ความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความเร็วในการพิมพ์ ความแม่นยำสูง ความโปร่งใส คุณสมบัติเชิงกลที่แข็งแรง และกระบวนการทำงานที่ง่ายและเชื่อถือได้ เหมาะสำหรับงานระบบของไหล (Fluidics) การทำแม่พิมพ์ (Mold Making) งานด้านทัศนศาสตร์ (Optics) ระบบแสงสว่าง (Lighting) การแสดงให้เห็นโครงสร้างภายในของชิ้นงาน และชิ้นส่วนทุกประเภทที่ต้องการความโปร่งแสง
  2. Elastic 50A Resin เป็นวัสดุที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น โดยมีลักษณะกึ่งโปร่งใส เหมาะสำหรับการสร้างต้นแบบของชิ้นส่วนที่โดยปกติผลิตจากซิลิโคน
  3. Flexible 80A Resin เป็นวัสดุแบบ Soft-Touch ที่มีความแข็งมากกว่า Elastic 50A และมีลักษณะกึ่งโปร่งใสเช่นกัน เหมาะสำหรับการจำลองความยืดหยุ่นของยางหรือ TPU
  4. BioMed Clear Resin เป็นวัสดุที่มีความโปร่งใส แข็งแรง ทนทาน และทนต่อการสึกหรอ สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatible) โดยรองรับการสัมผัสผิวหนังในระยะยาว (มากกว่า 30 วัน) การใช้งานกับทางเดินก๊าซสำหรับการหายใจ และการสัมผัสเยื่อเมือก (มากกว่า 30 ชั่วโมง) หรือการสัมผัสกระดูก เนื้อเยื่อ และเนื้อฟันในระยะสั้น (น้อยกว่า 24 ชั่วโมง)
  5. BioMed Elastic 50A Resin เป็นวัสดุที่นุ่ม ยืดหยุ่น และโปร่งใส สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเข้ากันได้ทางชีวภาพ โดยต้องการความสบายในการใช้งานและการสัมผัสผิวหนังในระยะยาว (มากกว่า 30 วัน) หรือการสัมผัสเยื่อเมือกในระยะสั้น (น้อยกว่า 24 ชั่วโมง)
  6. BioMed Flex 80A Resin เป็นวัสดุที่มีความแข็งในระดับหนึ่ง มีความยืดหยุ่น และโปร่งใส สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเข้ากันได้ทางชีวภาพ ซึ่งต้องการความทนทานและการสัมผัสผิวหนังในระยะยาว (มากกว่า 30 วัน) หรือการสัมผัสเยื่อเมือกในระยะสั้น (น้อยกว่า 24 ชั่วโมง)

ในคู่มือนี้ เราจะพาคุณเรียนรู้วิธีการตกแต่งผิวชิ้นงาน (Finishing Methods) ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใสสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่งานด้านทัศนศาสตร์ (Optics) ท่อนำแสง (Light Pipes) ไปจนถึงงานระบบของไหล (Fluidics) วิธีการที่นำเสนอครอบคลุมตั้งแต่วิธีที่ทำได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้ความโปร่งใสในระดับที่เพียงพอต่อการใช้งาน ไปจนถึงเทคนิคเฉพาะทางสำหรับการสร้างชิ้นงานที่มีความใสในระดับมองทะลุได้ (Optically Clear)

การใช้งานของการพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใส

ชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบใสและโปร่งใสเหมาะสำหรับการสร้างชิ้นส่วนต้นแบบแบบโปร่งใส การแสดงโพรงภายในและรายละเอียดภายในชิ้นงาน การทำโครงครอบสำหรับไฟ LED การสร้างหน้าต่าง หรือการพิมพ์แบบจำลองทางกายวิภาคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถมองทะลุได้

Formlabs และลูกค้าของเราได้ใช้ Clear Resin เพื่อสร้างเลนส์ที่มีความใสในระดับมองทะลุได้ (Optically Clear) สำหรับกล้องที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด แผ่นกระเบื้องสำหรับการติดตั้งเลนส์ Fresnel ใน Times Square ท่อนำแสง (Light Pipes) ปริซึม (Prisms) อุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิกส์ (Millifluidic Devices) และงานอื่น ๆ อีกมากมาย

วิศวกรฝ่ายการประยุกต์ใช้งาน (Applications Engineer) ของ Formlabs Amos Dudley ได้ออกแบบและพิมพ์เลนส์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับกล้องที่สร้างขึ้นด้วยการพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด (Fully 3D Printed Camera)

FAQ: สามารถพิมพ์อะคริลิกด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้หรือไม่?

ได้ แต่มีข้อควรพิจารณา Polymethylmethacrylate (PMMA) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ อะคริลิก (Acrylic) เป็นเทอร์โมพลาสติกโปร่งใสที่นิยมใช้เป็นทางเลือกที่มีความทนทานมากกว่าแก้ว แม้ว่าจะสามารถพิมพ์อะคริลิกด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ Fused Deposition Modeling (FDM) ได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่ค่อยเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากตัววัสดุมีความเป็นพิษและมีแนวโน้มเกิดการบิดงอ (Warping) ได้ง่าย ขณะที่ชิ้นงานที่พิมพ์ออกมาจะมีความโปร่งแสงเพียงบางส่วน (Semi-Translucent) เท่านั้น เพราะเครื่องพิมพ์ระบบ FDM มีความละเอียดต่ำกว่า

หากต้องการพิมพ์ชิ้นงานที่มีลักษณะคล้ายอะคริลิกและมีความโปร่งใสอย่างแท้จริง (Fully Transparent) เราแนะนำให้พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ SLA โดยใช้ Clear Resin จากนั้นจึงนำชิ้นงานไปผ่านกระบวนการหลังการพิมพ์ (Post-Processing) เพื่อให้ได้ความโปร่งใสเต็มที่ โดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งที่กล่าวถึงในบทความนี้ การใช้ สเปรย์อะคริลิก (Acrylic Spray) เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ชิ้นงานมีความใสมากยิ่งขึ้น


วิธีการทำ Post-Processing สำหรับชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบใส

เราได้ทดสอบเทคนิคหลายวิธีสำหรับการทำ Post-Processing กับชิ้นงานที่พิมพ์ด้วย Clear Resin ในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงการขัดด้วยมือ (Manual Sanding) การเคลือบผิวแบบใส (Clear Coating) และการจุ่มเรซิน (Resin Dipping) โดยแต่ละวิธีต้องใช้ระดับความพยายามที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระดับความโปร่งใสและคุณภาพพื้นผิวที่ชิ้นงานของคุณต้องการ


การขัดและขัดเงาด้วยมือ (Manual Sanding and Polishing)

การใช้งาน: การขัดและขัดเงาด้วยมือสามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับชิ้นงานที่มีรูปทรงเรียบง่ายและมีรายละเอียดไม่มาก แต่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับการเก็บผิวของโมเดลที่มีรูปทรงซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้ชิ้นงานมีความใสในระดับมองทะลุได้อย่างสมบูรณ์ (Total Optical Transparency) ด้วยวิธีนี้

คุณจะต้องขัดด้วยกระดาษทรายที่มีความละเอียดสูงมากเพื่อให้ชิ้นงานโปร่งใสด้วยวิธีการขัดด้วยมือ อย่างไรก็ตาม หากใช้เวลาและความใส่ใจมากพอ ก็สามารถขัดและขัดเงาชิ้นงานให้มีความใสใกล้เคียงกับแว่นขยายได้ แต่การกำจัดรอยชั้นการพิมพ์ (Layer Lines) ทั้งหมดด้วยการขัดด้วยมือเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก คุณอาจยังสังเกตเห็นรอยขีดข่วนขนาดเล็ก (Micro-Scratches) เมื่อถือชิ้นงานเอียงทำมุมตื้นกับแสง

วิธีการ: ใช้กระดาษทรายหลายระดับความละเอียด โดยค่อย ๆ เพิ่มความละเอียดทีละขั้นเพื่อทำให้พื้นผิวเรียบ จากนั้นขัดเงาชิ้นงานด้วยน้ำยาทำความสะอาดอะคริลิก (Acrylic Cleaner) และผ้าไมโครไฟเบอร์

เมื่อขัดจนถึงประมาณ 3000 Grit ชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใสจะเริ่มมีความเงางามและให้สัมผัสที่เรียบมาก เมื่อขัดจนถึง 12000 Grit ชิ้นงานจะมีพื้นผิวที่สะท้อนแสงได้ แนะนำให้ใช้กระดาษทรายและแผ่น Micromesh ที่มีความละเอียดตั้งแต่ 400 ถึง 12000 Grit โดยเพิ่มความละเอียดครั้งละประมาณ 200 Grit ค่อย ๆ ขัดอย่างระมัดระวัง ทำความสะอาดชิ้นงานทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนระดับความละเอียด และกำจัดรอยขีดข่วนจากขั้นตอนก่อนหน้าให้หมดก่อนจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้กระดาษทรายที่ละเอียดขึ้น

เว็บไซต์ฝ่ายสนับสนุนของเรามีคู่มือแบบภาพประกอบทีละขั้นตอนสำหรับการขัดด้วยมือ รวมถึงขั้นตอนเพิ่มเติมที่เป็นตัวเลือกในการเคลือบผิวด้วย Acrylic Spray

เคล็ดลับ: หากคุณต้องการเพียงความโปร่งแสงในระดับกึ่งโปร่งใส (Semi-Transparency) เพียงใช้น้ำมันแร่ (Mineral Oil) เพื่อสร้างพื้นผิวที่สม่ำเสมอและช่วยปกปิดจุดที่แสงสะท้อนบนชิ้นงานได้

เราได้ทดสอบวิธีการขัดและเพิ่มความใสให้กับชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใสหลากหลายวิธี ตั้งแต่การขัดด้วยมือ (Hand Sanding) การเคลือบผิวด้วยสเปรย์ (Spray Coating) ไปจนถึงการจุ่มเรซิน (Resin Dipping)

การเคลือบผิวด้วยสเปรย์ (Spray Coating)

การใช้งาน: การเคลือบผิวด้วยสเปรย์เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเพิ่มความใสของชิ้นงาน โดยลดรายละเอียดของชิ้นงานลงเพียงเล็กน้อย วิธีนี้มีประสิทธิภาพกับโมเดลทุกประเภท เนื่องจากสามารถเคลือบรายละเอียดที่ซับซ้อนซึ่งอาจเข้าถึงได้ยากด้วยการขัดและขัดเงาแบบทั่วไป

การเคลือบผิวแบบใส (Clear Coating) เพียงอย่างเดียวสามารถช่วยปกปิดรอยชั้นการพิมพ์ (Layer Lines) และช่วยปกป้องชิ้นงานจากรังสี UV ซึ่งอาจทำให้ชิ้นงานเกิดสีเหลืองและเกิดการบ่มตัวเพิ่มเติม (Unintended Post-Curing) โดยไม่ตั้งใจ

หากคุณต้องการพื้นผิวที่เรียบและมีลักษณะคล้ายกระจก (Glass-Like Surface Finish) ควรทำการขัดและขัดเงาด้วยมือ (Manual Sanding and Polishing) ก่อนทำการเคลือบผิว ยิ่งขัดผิวก่อนเคลือบมากเท่าใด ชิ้นงานก็จะยิ่งมีความใสมากขึ้นเท่านั้น ขั้นตอนเพิ่มเติมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ Post-Processing ของชิ้นงานต้นแบบที่ต้องการให้มีลักษณะเหมือนพลาสติกโปร่งใสอย่างสมบูรณ์ เช่น บรรจุภัณฑ์ ขวด และอุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิกส์ (Microfluidics)

วิธีการ

มีตัวเลือกหลายแบบสำหรับการเคลือบผิวใสให้กับชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติ ตั้งแต่สเปรย์ราคาประหยัดไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ห้องและอุปกรณ์เฉพาะ

  1. สเปรย์เคลือบใสอเนกประสงค์ (General Purpose Clear Coat Spray Paints): มีสเปรย์คุณภาพดีและราคาไม่แพงให้เลือกหลากหลาย เราแนะนำให้ใช้ 2K Clear Coat
  2. สเปรย์สำหรับงานยานยนต์ (Automotive Sprays): สีเคลือบใสประเภท High-Solids Acrylic Urethane Clearcoat ให้ความเงาสูงมาก และออกแบบมาสำหรับการแห้งด้วยอากาศหรือการอบ แต่จำเป็นต้องใช้ปืนพ่นสี (Spray Gun) และพื้นที่เฉพาะสำหรับการพ่น รวมถึงต้องมีชั้นรองพื้น (Base Coat)

สำหรับการเคลือบด้วยสเปรย์ ให้เริ่มจากชิ้นงานที่สะอาดและแห้ง ซึ่งผ่านการล้างด้วย Isopropyl Alcohol (IPA) แล้ว ไม่ควรนำชิ้นงานไปอบแสง (Post-Cure) ก่อนการพ่นสเปรย์ เพราะอาจทำให้ชิ้นงานเกิดสีเหลืองได้ ปล่อยให้ชิ้นงานแห้งด้วยอากาศจนแห้งสนิท จากนั้นพ่นเคลือบใสจำนวน 2–3 ชั้น ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากฝุ่น

เคล็ดลับ: หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ร้านซ่อมตัวถังรถยนต์ (Auto Body Shop) หลายแห่งสามารถรับเคลือบผิวให้คุณได้ โดยใช้สเปรย์ เช่น Lesonal Universal Clear ในหลายกรณี ร้านเหล่านี้จะใช้น้ำยาทำละลายชนิดอ่อน เช่น Naptha เพื่อทำความสะอาดและเตรียมพื้นผิวของชิ้นงานก่อนทำการพ่นสี

สำหรับผลงานติดตั้ง Window to the Heart ที่ Times Square ทีมงานของ Formlabs และ Aranda/Lasch ได้ร่วมมือกับร้านซ่อมตัวถังรถยนต์ (Auto Body Shop) เพื่อพ่นเคลือบผิวแผ่นชิ้นงาน (Tile) แต่ละชิ้นด้วย Lesonal Universal Clear.

การเคลือบผิวด้วยเรซิน (Resin Coating)

การใช้งาน: วิธีนี้เหมาะที่สุดสำหรับกรณีที่ต้องการชิ้นงานที่มีความโปร่งใสสูงมาก และใช้ได้เฉพาะกับพื้นผิวที่เรียบหรือเกือบเรียบเท่านั้น เช่น เลนส์ หรือหน้าต่างสำหรับมองเห็นภายในของชิ้นงาน

การเคลือบด้วยเรซินโดยการจุ่ม (Resin Dipping) จะทำให้ได้ชิ้นงานที่มีพื้นผิวเรียบลื่นเป็นพิเศษ พร้อมทั้งให้การสะท้อนของพื้นผิวที่คมชัดและใส

เทคนิคนี้ยังสามารถใช้เพื่อสร้างพื้นผิวที่เรียบยิ่งขึ้นให้กับชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยวัสดุ SLA ชนิดอื่นได้ แม้ว่าจะอาจทำให้รายละเอียดบางส่วนของชิ้นงานลดลงก็ตาม

วิธีการ

ทา Clear Resin ลงบนชิ้นงานโดยใช้หยดเรซินจากกระบอกฉีดยา (Syringe) หรือจุ่มชิ้นงานลงในเรซินตามต้องการ เรซินที่มีความหนืดจะไหลเข้าไปเติมเต็มรอยชั้นการพิมพ์ (Layer Lines) และรอยขีดข่วนบนชิ้นงาน ทำให้เกิดพื้นผิวที่เรียบสนิทอย่างสมบูรณ์

ชั้นของเรซินควรมีความบางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ยังสามารถปกปิดรอยชั้นการพิมพ์ได้ทั้งหมด หากมีฟองอากาศเกิดขึ้น ให้ใช้กระบอกฉีดยาดูดฟองอากาศออก จากนั้นนำชิ้นงานไปอบแสง (Post-Cure) ให้สมบูรณ์โดยใช้ค่าการตั้งค่าที่เหมาะสม แล้วจึงทำขั้นตอนเดียวกันกับอีกด้านของชิ้นงาน ทั้งการเคลือบด้วยเรซินและการอบแสง (Post-Curing) ซ้ำอีกครั้ง

เลนส์ที่ผ่านกระบวนการจุ่มเรซิน (Resin Dipping) ทั้งสามขั้นตอน โดยเลนส์ที่เสร็จสมบูรณ์อยู่ทางด้านซ้าย

หมายเหตุ: กระบวนการจุ่มเรซินจะทำให้ระยะโฟกัส (Focal Length) ของเลนส์เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย สำหรับเลนส์ของกล้องที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติทั้งหมด วิศวกรฝ่ายการประยุกต์ใช้งาน (Applications Engineer) ของ Formlabs Amos Dudley ได้ออกแบบและพิมพ์อุปกรณ์สำหรับทดสอบเลนส์ (Lens Testing Device)

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิมพ์ 3 มิติระบบ SLA

ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติระบบ MSLA รุ่น Form 4 คุณสามารถสร้างชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบใสและโปร่งใสอย่างสมบูรณ์ได้ในต้นทุนที่คุ้มค่า พร้อมทั้งใช้กระบวนการหลังการพิมพ์ (Post-Processing) เพียงเล็กน้อย

ดาวน์โหลด White Paper ของเราเพื่อดูภาพรวมโดยละเอียดเกี่ยวกับระบบนิเวศของการพิมพ์ 3 มิติระบบ SLA (SLA Ecosystem) และขั้นตอนการทำงานของการพิมพ์ 3 มิติแบบทีละขั้นตอน

หากต้องการสัมผัสคุณภาพและความใสของชิ้นงานด้วยตัวเอง สามารถขอรับ ตัวอย่างชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใสฟรี ได้เลย

   รายละเอียดเครื่อง Formlab form4 SLA คลิก

   เช็คราคา คลิก

   รายละเอียดเครื่อง Formlab Fuse 1+ 30W SLS คลิก

   เช็คราคา คลิก

 

แหล่งอ้างอิง

https://formlabs.com/global/blog/3d-printing-transparent-parts-techniques-for-finishing-clear-resin/

 

 

0 comments

Leave a comment


LINE